Portfolio สมัครงาน มีอะไรบ้าง? Portfolio กับ Resume ต่างกันอย่างไร

Portfolio สมัครงาน มีอะไรบ้าง? Portfolio กับ Resume ต่างกันอย่างไร

สรุปสั้น ๆ

  • Portfolio หรือแฟ้มสะสมผลงาน คือเอกสารรวมผลงานที่พิสูจน์ว่าคุณทำงานได้จริงและยาวได้หลายหน้า ส่วน Resume คือสรุปประวัติการศึกษาและการทำงานแบบสั้นในความยาว 1-2 หน้า สมัครงานจึงมักส่งคู่กัน
  • Portfolio สมัครงานควรมีหน้าปก ประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ผลงานเด่นพร้อมคำอธิบาย รางวัล และกิจกรรม โดยคัดเฉพาะผลงานที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัคร
  • ทำพอร์ตสมัครงานได้ใน 7 ขั้นตอน ตั้งแต่อ่านประกาศงานไปจนถึงบันทึกเป็นไฟล์ PDF ถ้าสมัครผ่าน Super Resume เก็บไฟล์ไว้ใน “เอกสารแนบของฉัน” แล้วแนบตอนสมัครงานได้ (ต้องเข้าสู่ระบบก่อน)

             หากเรซูเม่ (Resume) เปรียบเสมือนจดหมายแนะนำประวัติส่วนตัวเพื่อให้บริษัทและองค์กรได้เริ่มต้นทำความรู้จักกับผู้สมัครงาน “พอร์ตโฟลิโอ” (Portfolio) คงเปรียบได้กับแฟ้มรวบรวมผลงานที่บ่งบอกถึงความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมาของเรานั่นเอง แต่หลายคนอาจจะยังสับสนกับการสร้างพอร์ตโฟลิโอของตัวเอง เราจึงขอชวนมาทำความเข้าใจว่า “Portfolio ต่างกับ Resume อย่างไร?” และจะ “ทำอย่างไรให้น่าสนใจ ให้ HR อยากเรียกตัว” เพื่อให้การสมัครงานทุกครั้งของทุกคนมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Portfolio คืออะไร?

ไขข้อข้องใจ Portfolio ต่างกับ Resume อย่างไร?

             “พอร์ตโฟลิโอ” (Portfolio) คือ แฟ้มที่รวบรวมเก็บสะสมผลงานทั้งหมดที่เราเคยทำ เพื่อเป็นการนำเสนอความรู้ ความสามารถ ความสนใจ และประสบการณ์ต่าง ๆ รวมทั้งรางวัล เกียรติประวัติ และกิจกรรมที่เคยเข้าร่วม ซึ่งจะบ่งบอกได้ว่าตัวตนของเราเป็นอย่างไร มีความเชี่ยวชาญในด้านใดบ้าง และผลงานที่ผ่านมานั้นจะเหมาะสมสอดคล้องกับตำแหน่งงานที่สมัครมากน้อยแค่ไหน โดยจะมีความยาวหลายหน้าแบบไม่จำกัดคล้ายหนังสือเล่มหนึ่ง แตกต่างกับ “เรซูเม่” (Resume) ที่หมายถึง เอกสารที่สรุปประวัติส่วนตัวโดยย่อ ทั้งในด้านการศึกษาและการทำงาน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเนื้อหาเพื่อให้เกี่ยวข้องกับงานที่ต้องการสมัคร เน้นความสั้น กระชับ เพื่อนำเสนอตัวตนให้ฝ่ายบุคคลได้ทำความรู้จักภายในความยาวเพียง 1-2 หน้ากระดาษเท่านั้น

เราควรใส่อะไรใน Portfolio บ้าง?

ใน Portfolio ควรต้องมีอะไรบ้าง?

             การสร้างพอร์ตโฟลิโอที่ดีต้องให้ความสำคัญกับองค์ประกอบในพอร์ตก่อนเป็นอันดับแรก โดยควรมีข้อมูล รายละเอียด เนื้อหาของผลงานที่ชัดเจน ครอบคลุม และเหมาะสมกับงานที่ยื่นสมัคร ในพอร์ตโฟลิโอควรใส่อะไรลงไปบ้าง มาดูกัน

             1.   ประวัติส่วนตัว (Resume)

             เพื่อให้องค์กรได้ทำความรู้จักข้อมูลส่วนตัวของเราก่อน ทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่ ช่องทางติดต่อต่าง ๆ โดยควรเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อความเป็นสากล หรืออาจจะแนบจดหมายสมัครงาน (Cover Letter) นำเสนอจุดประสงค์ในการสมัครงานของเราให้ชัดเจน
มากขึ้นด้วยก็ได้

             2.   ประวัติการศึกษา

             ใส่ข้อมูลประวัติการศึกษาทั้งหมดของเรา ไล่ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน โดยควรระบุวันเวลาในการศึกษา ชื่อสถาบันการศึกษา รวมทั้งสาขาวิชาเรียนและผลการเรียนอย่างละเอียด
ที่สำคัญต้องเป็นข้อมูลที่เป็นความจริงเท่านั้น

             3.   ประวัติการทำงาน

             นี่คือข้อมูลสำคัญในการสมัครงาน ประวัติการทำงานจะบ่งบอกถึงความรู้
ความสามารถ และประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมาของเรา ทั้งชื่อบริษัทและองค์กร ระยะเวลา
การทำงาน ตำแหน่งงาน ขอบเขตหน้าที่งานที่รับผิดชอบ ไปจนถึงโครงการหรือโปรเจกต์ต่าง ๆ
ที่เคยทำ

             4.   รางวัลหรือผลงานที่เคยได้รับ

             เป็นการนำเสนอความภาคภูมิใจและยืนยันความสามารถของเจ้าของพอร์ตโฟลิโอ แนะนำให้นำเสนอรางวัลหรือผลงานที่สอดคล้องกับงานที่กำลังจะสมัคร หรือเป็นรางวัลที่แสดงให้เห็นถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงานจะช่วยประกอบการพิจารณาได้ดียิ่งขึ้น

             5.   กิจกรรมต่าง ๆ ที่เข้าร่วม

             โดยเฉพาะเหล่าเด็กจบใหม่ที่กำลังยื่นใบสมัครงานที่แรก กิจกรรมต่าง ๆ ที่เราเคย
เข้าร่วมจะช่วยให้องค์กรรู้จักตัวตน ทักษะ ความสนใจ และความสามารถของเรามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน ฝึกอบรม ทำงานพิเศษ ไปจนถึงกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัยที่อาจช่วยให้คุณสมบัติของเราเข้าตาองค์กรได้มากขึ้น

เช็กลิสต์ Portfolio สมัครงาน มีอะไรบ้าง เรียงตามหน้า

Portfolio สมัครงานที่ครบควรเริ่มจากหน้าปกและประวัติส่วนตัว ตามด้วยประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานหรือฝึกงาน แล้วให้พื้นที่ส่วนใหญ่กับผลงานเด่นพร้อมคำอธิบาย ปิดท้ายด้วยรางวัล กิจกรรม และช่องทางติดต่อ ใช้ตารางนี้เช็กว่าพอร์ตของคุณมีครบทุกหน้าหรือยัง

หน้า ใส่อะไร เคล็ดลับ
หน้าปก ชื่อ-นามสกุล ตำแหน่งที่สมัคร ช่องทางติดต่อ ให้ HR รู้ทันทีว่าเป็นพอร์ตของใครและสมัครตำแหน่งอะไร
ประวัติส่วนตัว แนะนำตัวสั้น ๆ ทักษะหลัก ข้อมูลติดต่อ เขียนให้ตรงกับตำแหน่งที่สมัคร ไม่ต้องยาวเท่า Resume
สารบัญ หัวข้อและเลขหน้า ใส่เมื่อพอร์ตมีหลายหน้า ให้ HR ข้ามไปดูส่วนที่สนใจได้เลย
ประวัติการศึกษา สถาบัน สาขา ปีที่จบ ผลการเรียน เรียงจากล่าสุดหรือจากอดีตก็ได้ แต่ให้เหมือนกันทั้งเล่ม
ประวัติการทำงานหรือฝึกงาน บริษัท ตำแหน่ง ช่วงเวลา หน้าที่ที่รับผิดชอบ เด็กจบใหม่ใส่การฝึกงานและงานพาร์ตไทม์แทนได้
ผลงานเด่น ภาพหรือไฟล์ผลงาน พร้อมคำอธิบายแต่ละชิ้น เป็นหัวใจของพอร์ต ควรได้จำนวนหน้ามากที่สุด
รางวัลและเกียรติบัตร ชื่อรางวัล ผู้มอบ ปีที่ได้รับ เลือกรางวัลที่เกี่ยวกับงานที่สมัครก่อน
กิจกรรมและทักษะเสริม กิจกรรม การอบรม ภาษา โปรแกรมที่ใช้เป็น บอกว่าคุณได้ทักษะอะไรจากแต่ละกิจกรรม
หน้าปิด อีเมล เบอร์โทร ลิงก์ผลงานออนไลน์ ตรวจว่าลิงก์ทุกอันเปิดได้จริงก่อนส่ง

วิธีทำ Portfolio สมัครงาน ทีละขั้นตอน

การทำพอร์ตโฟลิโอหรือพอร์ตสมัครงานเริ่มจากอ่านประกาศงานให้รู้ว่าตำแหน่งนั้นต้องการทักษะอะไร แล้วรวบรวมผลงาน คัดเฉพาะชิ้นที่ตรงกับงาน เขียนคำอธิบาย จัดลำดับหน้า ออกแบบให้อ่านง่าย และบันทึกเป็นไฟล์ PDF ก่อนส่งพร้อม Resume ทั้งหมดทำได้ใน 7 ขั้นตอนนี้

7 ขั้นตอนทำ Portfolio สมัครงาน ตั้งแต่อ่านประกาศงาน รวบรวมผลงาน คัดผลงาน เขียนคำอธิบาย จัดลำดับหน้า ออกแบบ จนถึงบันทึกเป็น PDF และส่ง
  1. อ่านประกาศงานก่อนเริ่ม: จดทักษะ โปรแกรม และหน้าที่ที่ประกาศงานเขียนไว้ รายการนี้จะเป็นเกณฑ์ที่คุณใช้คัดผลงานในขั้นต่อไป
  2. รวบรวมผลงานทั้งหมดไว้ที่เดียว: ทั้งไฟล์งาน รูปถ่าย ลิงก์ เกียรติบัตร โปรเจกต์ในวิชาเรียน และงานจากการฝึกงาน เพื่อให้เห็นภาพรวมก่อนเลือก
  3. คัดเฉพาะชิ้นที่ตรงกับงาน: เลือกผลงานที่แสดงทักษะตามรายการในขั้นแรก แล้ววางชิ้นที่ดีที่สุดไว้ช่วงต้นของพอร์ต เพราะ HR อาจไม่ได้เปิดดูจนถึงหน้าสุดท้าย
  4. เขียนคำอธิบายผลงานแต่ละชิ้น: บอกโจทย์ของงาน ส่วนที่คุณลงมือทำเอง เครื่องมือที่ใช้ และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเป็นงานกลุ่มให้ระบุบทบาทของคุณให้ชัด
  5. จัดลำดับหน้า: เรียงตามเช็กลิสต์ด้านบน จากหน้าปกไปจนถึงหน้าปิด ให้ผู้อ่านรู้จักคุณก่อนแล้วค่อยดูผลงาน
  6. ออกแบบให้อ่านง่าย: ใช้ฟอนต์และสีชุดเดียวกันทั้งเล่ม เว้นพื้นที่ว่างให้ผลงานเด่นขึ้นมา และใส่หัวข้อทุกหน้า
  7. ตรวจทานแล้วบันทึกเป็น PDF: ตรวจคำผิดและลิงก์ ตั้งชื่อไฟล์ให้มีชื่อของคุณ เช่น ชื่อ-นามสกุล-Portfolio.pdf แล้วส่งพร้อม Resume

ถ้าคุณสมัครงานผ่าน Super Resume ให้เข้าสู่ระบบหรือสร้าง Super Resume ก่อน แล้วอัปโหลดพอร์ตไว้ที่ “เอกสารแนบของฉัน” ปุ่ม “เพิ่มเอกสาร” (PDF หรือรูปภาพ ไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์) แล้วตอนกดสมัครงาน ให้ติ๊กแนบพอร์ตในส่วน “เอกสารแนบของคุณ” บริษัทจะได้รับเรซูเม่พร้อมไฟล์ที่คุณติ๊กไว้

ตัวอย่าง Portfolio สมัครงาน แยกตามสายงาน

ผลงานที่ควรใส่ใน Portfolio สมัครงานต่างกันไปตามสายงาน สายออกแบบเน้นภาพผลงาน สายการตลาดเน้นแคมเปญและผลลัพธ์ สายไอทีเน้นโปรเจกต์ที่ใช้งานได้จริง ส่วนนักศึกษาฝึกงานใช้โปรเจกต์ในวิชาเรียนแทนประสบการณ์ทำงานได้ ดูตัวอย่างในตารางแล้วปรับให้ตรงกับตำแหน่งของคุณ

สายงาน ผลงานที่ควรใส่ รูปแบบที่เหมาะ
กราฟิก / ออกแบบ โลโก้ โปสเตอร์ งานโซเชียลมีเดีย พร้อมแนวคิดเบื้องหลังแต่ละชิ้น PDF ภาพคมชัด หรือเว็บไซต์รวมผลงาน
สถาปนิก / ออกแบบภายใน แบบร่าง แปลน ภาพ 3D และภาพงานที่สร้างเสร็จแล้ว PDF แนวนอน
การตลาด / คอนเทนต์ แคมเปญ บทความ โพสต์ พร้อมผลลัพธ์ที่วัดได้ของแต่ละชิ้น PDF พร้อมลิงก์ไปยังผลงานจริง
โปรแกรมเมอร์ / ไอที โปรเจกต์ที่ใช้งานได้จริง โค้ดบน GitHub และสรุปว่าคุณแก้ปัญหาอะไร ลิงก์ผลงาน พร้อมสรุปโปรเจกต์สั้น ๆ
ช่างภาพ / วิดีโอ ภาพหรือคลิปที่ดีที่สุด แยกตามประเภทงาน รวมไว้ในไฟล์หรือลิงก์เดียว
วิศวกร โปรเจกต์ แบบงาน และงานจากการฝึกงาน พร้อมบทบาทของคุณ PDF
นักศึกษาฝึกงาน / จบใหม่ โปรเจกต์ในวิชาเรียน โปรเจกต์จบ งานประกวด กิจกรรม และงานพาร์ตไทม์ PDF

ก่อนใส่ผลงานจากที่ทำงานเดิมหรือของลูกค้า ให้ตัดข้อมูลที่เป็นความลับออก หรือขออนุญาตเจ้าของงานก่อน เพื่อแสดงว่าคุณรักษาความลับของบริษัทได้

เราจะสร้าง Portfolio ให้น่าสนใจได้อย่างไร?

เทคนิคสร้าง Portfolio ให้น่าสนใจจน HR อยากเรียกตัว

             นอกจากข้อมูลรายละเอียดต่าง ๆ ที่ครบครันแล้ว สิ่งสำคัญในการสร้างพอร์ตโฟลิโอคือ การทำให้พอร์ตโฟลิโอของเราน่าสนใจจน HR อยากเรียกตัวมาทำงานเลยนั่นเอง
เรารวบรวมเทคนิคสร้างพอร์ตโฟลิโอให้เตะตา โดดเด่น โดนใจ น่าทำความรู้จักเจ้าของพอร์ตฯ มาให้แล้ว

               𑇐   คัดเลือกเฉพาะผลงานที่โดดเด่น     

             แม้เราจะมีผลงานที่ภาคภูมิใจมากมายแค่ไหน แต่ก็ควรเลือกเฉพาะผลงานที่โดดเด่นจริง ๆ และมีความสอดคล้องกับงานที่สมัคร เพราะฝ่ายบุคคลมีเวลาจำกัดในการพิจารณาประวัติของแต่ละคน จึงควรเลือกผลงานที่โดดเด่น ตรงใจ ให้น่าโฟกัสมากที่สุด

               𑇐   ใส่ความคิดสร้างสรรค์ แต่ยังคงอ่านง่ายสบายตา        

             พยายามใส่ใจในรายละเอียด เพิ่มลูกเล่นที่น่าสนใจ บ่งบอกถึงความคิดสร้างสรรค์
เพื่อดึงดูดใจคนที่ต้องอ่านให้มากที่สุด แต่อย่าลืม เลือกใช้เทมเพลตที่อ่านง่าย สบายตา ไม่ใช้สีสันฉูดฉาดหรือแต่งองค์ประกอบในหน้าจนรกเกินไป เพราะอาจจะไปแย่งความสนใจจากข้อมูลผลงานจริง ๆ ของเราได้

               𑇐   เข้าถึงง่าย เปิดอ่านสะดวก 

             ควรสร้างพอร์ตโฟลิโองานไว้ในไฟล์ที่เข้าถึงได้ง่าย เปิดอ่านง่าย ไม่ซับซ้อน สะดวกต่อการอ่านทุกเวลา และไม่เสียเวลาดาวน์โหลดนานเกินไป โดยพยายามจัดระเบียบผลงานต่าง ๆ ให้ง่ายต่อการเปิดดู หรือใส่ลิงค์เชื่อมโยงผลงานต่าง ๆ ไว้ด้วยกัน นอกจากนี้หากผลงานเป็นไฟล์วิดีโอควรรวบรวมไว้ในไฟล์เดียวให้เปิดดูได้สะดวกรวดเร็ว

               𑇐   ใช้ภาษาถูกต้องและตรวจคำผิดเรียบร้อย        

             สิ่งสำคัญที่ห้ามมองข้ามเด็ดขาดคือ การใช้ภาษาเขียนในพอร์ตโฟลิโอที่ควรเป็นภาษาทางการ ถูกไวยากรณ์ และตรวจทานคำผิดตัวสะกดต่าง ๆ ให้เรียบร้อยก่อนยื่นสมัครงาน เพราะนี่คือการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการทำงานของเราที่จะสร้างความประทับใจให้องค์กรได้นั่นเอง

Career Tip จาก JOBTOPGUN

ส่ง Portfolio ฉบับย่อที่คัดเฉพาะผลงานตรงกับตำแหน่งตอนสมัคร แล้วเก็บฉบับเต็มไว้เปิดให้ดูตอนสัมภาษณ์ ซ้อมเล่าผลงานแต่ละชิ้นให้จบภายใน 1 นาที โดยเล่าโจทย์ สิ่งที่คุณทำ และผลลัพธ์

เตรียมพอร์ตโฟลิโอเสร็จเรียบร้อย ถึงเวลาเข้าไปค้นหางานที่ใช่ในหลากหลายสาขาอาชีพได้ที่ www.jobtopgun.com หรือจะไปอ่านรีวิวบริษัทชั้นนำต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับปรุงพอร์ตโฟลิโอของเราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นได้ที่ www.yousayhrsay.com

FAQ คำถามที่พบบ่อย

Q: Portfolio ต่างกับ Resume อย่างไร?

A: Portfolio คือแฟ้มที่รวบรวมผลงานทั้งหมดที่เคยทำ นำเสนอความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ รางวัล และกิจกรรมที่เข้าร่วม มีความยาวหลายหน้าแบบไม่จำกัดคล้ายหนังสือ ส่วน Resume คือเอกสารสรุปประวัติส่วนตัวโดยย่อทั้งด้านการศึกษาและการทำงาน เน้นความสั้น กระชับ ภายในความยาวเพียง 1-2 หน้ากระดาษเท่านั้น เพื่อให้ HR ทำความรู้จักผู้สมัครเบื้องต้น

Q: Portfolio สมัครงาน ควรมีอะไรบ้าง?

A: Portfolio สมัครงานควรมีหน้าปก ประวัติส่วนตัวพร้อมช่องทางติดต่อ ประวัติการศึกษา ประวัติการทำงานหรือฝึกงาน ผลงานเด่นพร้อมคำอธิบาย รางวัล และกิจกรรม ถ้าพอร์ตมีหลายหน้าให้เพิ่มสารบัญ แล้วปิดท้ายด้วยหน้าช่องทางติดต่อ โดยคัดเฉพาะผลงานที่ตรงกับตำแหน่งที่สมัคร

Q: วิธีทำ Portfolio ให้น่าสนใจ จน HR อยากเรียกตัว?

A: เทคนิคสร้าง Portfolio ให้น่าสนใจมี 4 ข้อหลัก คือ 1) คัดเลือกเฉพาะผลงานที่โดดเด่นและสอดคล้องกับงานที่สมัคร 2) ใส่ความคิดสร้างสรรค์แต่ยังคงอ่านง่ายสบายตา ไม่ใช้สีฉูดฉาด 3) ทำให้เข้าถึงง่าย เปิดอ่านสะดวก ไม่เสียเวลาดาวน์โหลด และ 4) ใช้ภาษาถูกต้อง ตรวจคำผิดเรียบร้อยก่อนยื่นสมัคร

Q: เด็กจบใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ทำงาน ควรใส่อะไรใน Portfolio?

A: สำหรับเด็กจบใหม่ที่กำลังยื่นใบสมัครงานที่แรก ควรเน้นใส่กิจกรรมต่างๆ ที่เคยเข้าร่วม เพื่อช่วยให้องค์กรรู้จักตัวตน ทักษะ ความสนใจ และความสามารถ ไม่ว่าจะเป็นการฝึกงาน ฝึกอบรม ทำงานพิเศษ ไปจนถึงกิจกรรมนอกรั้วมหาวิทยาลัย ซึ่งอาจช่วยให้คุณสมบัติเข้าตาองค์กรได้มากขึ้น ควบคู่กับประวัติการศึกษาและรางวัลที่เคยได้รับ

Q: Portfolio ควรเลือกใส่ผลงานทั้งหมดที่มีไหม?

A: ไม่ควรใส่ผลงานทั้งหมด แต่ควรคัดเลือกเฉพาะผลงานที่โดดเด่นจริงๆ และมีความสอดคล้องกับงานที่สมัครเท่านั้น เพราะฝ่ายบุคคลมีเวลาจำกัดในการพิจารณาประวัติของแต่ละคน จึงควรเลือกผลงานที่โดดเด่น ตรงใจ ให้น่าโฟกัสมากที่สุด แนะนำให้เน้นรางวัลหรือผลงานที่แสดงให้เห็นถึงทักษะที่จำเป็นในการทำงานตำแหน่งนั้นๆ

สมัครงานกับบริษัทชั้นนำทันที สร้าง Super Resume (ใบสมัครงาน) เลย ฟรี!

คำค้นหายอดนิยม

..